ไปเที่ยว ไปกิน เช็คอินถ่ายรูป ในตัวเมืองน่าน
https://www.paiduaykan.com/travel/เที่ยวตัวเมืองน่าน

ไปเที่ยว ไปกิน เช็คอินถ่ายรูป ในตัวเมืองน่าน ตัวเมืองน่าน นับเป็นเส้นทางเปิดประตูท่องเที่ยวในด่านแรก สำหรับคนที่อยากมาแอ่วเมืองล้านนาตะวันออกแห่งนี้   เพราะภายในตัวเมืองเป็นที่ตั้งของสถานที่ท่องเที่ยวที่แสดงถึงวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ ความเป็นอยู่ของชาวน่านทั้งในปัจจุบันและในอดีตได้อย่างดีเยี่ยม ผ่านอาคารบ้านเรือน วัดวาอาราม ในตัวเมืองน่านส่วนใหญ่จะเป็นจุดแวะเที่ยวก่อนเดินทางไปยังอำเภออื่น มาเพื่อไหว้พระตามวัดขึ้นชื่อ รับประทานอาหารพื้นเมืองแบบท้องถิ่น

ไปเที่ยว ไปกิน เช็คอินถ่ายรูป ในตัวเมืองน่าน เริ่มกันที่ตรงไหนบ้าง มาแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวน่าน โดยเน้นเฉพาะจุดท่องเที่ยวในตัวเมืองและรอบเมือง ซึ่งสามารถนำไปปรับได้ตามความเหมาะสมให้เข้ากับเวลาและสไตล์การท่องเที่ยว

ไปเที่ยว ไปกิน เช็คอินถ่ายรูป ในตัวเมืองน่าน
https://wyominglegionbaseball.com/wp-admin/post.php?post=834&action=edit

วัดภูมินทร์ ตามคำกล่าวที่ว่า หากใครมาถึงน่านแล้วไม่ได้มาวัดภูมินทร์นั้น ถือว่ายังมาไม่ถึง เพราะวัดนี้มีภาพจิตรกรรมฝาผนังชื่อดัง นั้นคือ ภาพปู่ม่าน ย่าม่าน ซึ่งเป็นคำเรียกผู้ชายผู้หญิงชาวไทลื้อในสมัยโบราณกระซิบสนทนากัน จนเป็นที่มาของชื่อภาพ” กระซิบรักก้องโลก” ซึ่งเป็นผู้ชายสักหมึก ผู้หญิงแต่งกายไทลื้ออย่างเต็มยศ ภาพวาดของหนุ่มสาวคู่นี้มีความประณีตได้รับการยกย่องว่าเป็นภาพที่งดงามที่สุดของวัดภูมินทร์จนกลายเป็นสัญลักษณ์ตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ในจังหวัดน่าน เรียกว่าอีกหนึ่งแลนด์มาร์คไปแล้ว อีกหนึ่งความสวยแปลกของวัดภูมินทร์ที่ไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือน เป็นหนึ่งเดียวในประเทศไทยก็คือ พระอุโบสถทรงจตุรมุเทินไว้กลางลำตัวนาคนาคสะดุ้งขนาดใหญ่ ภายในพระอุโบสถมีพระประธานจตุรพักตร์ขนาดใหญ่ 4 องค์หันพระพักตร์ออกด้านประตูทั้งสี่ทิศ

วัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร  ตั้งอยู่ตรงข้ามพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน นับเป็นวัดที่เก่าแก่และสำคัญของจังหวัด อีกวัดหนึ่ง ด้านหลังเป็นเจดีย์ช้างล้อมเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุไว้ภายในองค์พระเป็นเจดีย์ที่ได้รับอิทธิพลทางด้านศิลปะสุโขทัย  รอบเจดีย์มีรูปปั้นช้างปูนปั้นเพียงครึ่งตัวประดับโดยรอบ

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน เดิมเป็นที่ประทับของเจ้าผู้ครองนครน่าน เรียกว่า “หอคำ” ภายในจัดแสดงศิลปะ โบราณวัตถุ ต่างๆ ประวัติศาสตร์ และชีวิตความเป็นอยู่ของชาวพื้นเมืองภาคเหนือ และชาวเขาเผ่าต่าง ๆ สิ่งสำคัญที่สุดคือ “งาช้างดำ”  มีสีน้ำตาลเข้มไปทางดำ ถือเป็นของคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดน่าน ด้านหน้าพิพิธภัณฑ์ มีซุ้มต้นลีลาวดี  ที่ขึ้นเป็นแถวเรียงรายแผ่ขยายกิ่งก้านโค้งโน้มเอียงเข้าหากันกลายเป็นอุโมงค์ต้นไม้ยิ่งใหญ่สวยงาม เรียกได้ว่า เป็นอีก 1 จุดแวะของจังหวัดน่านที่เมื่อมาถึงแล้วต้องมาถ่ายภาพ

ภายในพิพิธภัณฑ์ เป็นที่ตั้งของวัดน้อย วัดที่ได้ชื่อว่าเป็นวัดที่เล็กที่สุดในประเทศไทย จากคำบอกเล่าที่สืบทอดต่อกันมาเชื่อว่า พระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชฯ เจ้าผู้ครองนครน่านองค์ที่ 63 เป็นผู้สร้างขึ้น โดยสาเหตุมาจากครั้งหนึ่งที่พระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชฯ ได้มีโอกาสเข้าเฝ้าและกราบบังคมทูลถึงจำนวนวัดทั้งหมดในเมืองน่านแก่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 แต่ปรากฏว่าในกราบบังคมทูล คราวนั้นพระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชฯได้นับจำนวนวัดเกินไปหนึ่งวัด จึงได้หาทางทำการสร้างวัดน้อย แห่งนี้ขึ้นมาเพื่อให้ครบตามจำนวนที่กราบบังคมทูลไป

วัดศรีพันต้น ตั้งอยู่ที่ ถนนเจ้าฟ้า ภายในวัดมีวิหารที่สวยงาม ตั้งเด่นเป็นสง่ามีสีทองระยิบระยับ เป็นอีกวัดหนึ่งในจังหวัดน่านที่มีจิตรกรรมปูนปั้นที่สวยงาม โดยเฉพาะพญานาคเจ็ดเศียรเฝ้าบันไดหน้าวิหารวัดสีทองเหลืองอร่ามสวยงามตระการตา ดูอ่อนโยนมีชีวิตชีวา ซึ่งปั้นแต่งโดยช่างชาวน่านชื่อ นายอนุรักษ์ สมศักดิ์ หรือ “สล่ารง” และภายในวิหารได้มีการเขียนภาพลายเส้นประวัติของพระพุทธเจ้า และประวัติการกำเนิดเมืองน่าน โดยช่างชาวน่าน เป็นภาพ เขียนลายเส้นลงสีธรรมชาติสวยงามและทรงคุณค่าอย่างยิ่ง

วัดมิ่งเมือง ตั้งอยู่ที่ถนนสุริยพงศ์ เป็นที่ประดิษฐานเสาหลักเมืองของจังหวัดน่าน  ลักษณะเด่นคือ ลายปูนปั้นที่ผนังด้านนอกของพระอุโบสถ มีความสวยงามวิจิตรบรรจง เป็นฝีมือตระกูลช่างเชียงแสน  ภายในมีภาพจิตรกรรมฝาผนังแสดงให้เห็นวิถีชีวิตของชาวเมืองน่าน ฝีมือช่างท้องถิ่นยุคปัจจุบัน และในบริเวณวัดยังเป็นที่ ประดิษฐานเสาหลักเมือง ซึ่งอยู่ในศาลาจตุรมุข ด้านหน้าพระอุโบสถ เสาหลักเมืองสูงประมาณ 3 เมตร ฐานประดับด้วยไม้แกะลวดลาย ลงรักปิดทอง ยอดเสาแกะสลักเป็นรูปพรหมพักตร์มีชื่อ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา

โฮงเจ้าฟองคำ ตั้งอยู่ที่ถนน สุมนเทวราช ซอย 2 สร้างจากไม้สักหลังใหญ่สไตล์ล้านนา บ้านเก่าอายุเกือบ200ปี  โฮงเจ้าฟองคำเป็นบ้านของเจ้าฟองคำ เชื้อสายของเจ้าอนันตวรฤทธิเดชเจ้าผู้ครองนครองค์ที่ 62  คำว่า “ โฮง ” เป็นคำพื้นเมืองล้านนา หมายถึง คุ้ม หรือที่อยู่อาศัยของเจ้านายล้านนาไท  โฮงเจ้าฟองคำเป็นบ้านไม้สักยกใต้ถุนสูง รูปแบบล้านนาโบราณ หลังคาทรงจั่วมุงด้วยกระเบื้องดินขอ ประกอบด้วยเรือน 4 หลัง แบ่งเป็นห้องต่างๆ ทั้งนอน ห้องรับแขก ห้องครัว  ทั้งหมดเชื่อมต่อกันด้วยนอกชานและทางเดิน บันไดทางขึ้นบ้านอยู่ด้านหน้ามีหลังคาคลุม สำหรับไม้สักที่ใช้สร้างบ้านนั้น ใช้วิธีการผ่าและซ้อมถากด้วยขวานและมีด การประกอบตัวบ้านจึงไม่ได้ใช้ตะปู แต่จะใช้วิธีเจาะไม้และเข้าไม้โดยใช้สลักไม้  บริเวณหน้าบ้านมีบ่อน้ำ โดยรอบบ้านร่มรื่นด้วยต้นไม้นานาชนิด

ตึกรังษีเกษม ตั้งอยู่ที่ ถนนสุมนเทวราช อำเภอเมืองน่าน ในพื้นที่ของโรงเรียนน่านคริสเตียนศึกษา เป็นอาคารเก่าแก่สไตล์ตะวันตกยุคโคโลเนียลที่มีอายุมากกว่า 100 ปี ก่อตั้งขึ้นราวๆ ปีพ.ศ. 2458 โดยคณะมิชชันนารีเพื่อเปิดเป็นโรงเรียนสำหรับสอนหนังสือตะวันตกแห่งแรกของเมืองน่าน  เดิมมีชื่อว่า โรงเรียน “เมริเอริสมิท บราวส์” ต่อมาสมเด็จพระราชปิตุลาบรมพงศาภิมุข เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ ได้พระราชทานนามโรงเรียนใหม่ว่า โรงเรียนรังษีเกษม และกลายเป็นชื่อตึกรังสีเกษมในปัจจุบัน  ในอดีตตึกรังษีเกษมใช้เป็นห้องประชุม ห้องเรียนสำหรับเด็ก และเป็นที่ประกอบศาสนพิธีที่สำคัญนอกเหนือจากการเรียนการสอน เช่น พิธีแต่งงาน การประชุมใหญ่ พิธีแต่งตั้ง สถาปนา เป็นต้น

หอศิลป์ริมน่าน หอแสดงงานศิลปะขนาดใหญ่บนพื้นที่กว่า 13 ไร่ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำน่าน เป็นแหล่งรวมศิลปะและวัฒนธรรมของจังหวัดน่าน ก่อตั้งและดำเนินการโดยศิลปินชาวน่าน วินัย ปราบริปู ศิลปินชาวน่านชื่อดังที่รักใน ศิลปะที่ต้องการสร้างหอศิลป์เพื่อรวบรวมงานศิลปะจากมันสมองของศิลปินไทยร่วมสมัยที่มีผลงานการสร้างสรรค์และมีเอกลักษณ์โดดเด่นเป็นที่ยอมรับโดยทั่วไป อีกทั้งยังมีการแสดงผลงานจิตรกรรมและประติมากรรมของคุณวินัย  ในรูปแบบกึ่งนิทรรศการถาวรให้ได้ชมเกือบตลอดปีขึ้น ในสภาพภูมิประเทศที่เป็นธรรมชาติ เพื่อให้คนที่มาเสพศิลปะนั้นได้ความรู้สึกสบายใจและพักผ่อนไปด้วย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *