http://www.google.com

กิน เที่ยว แบบอบอุ่นวิถีชุมชน ที่เกาะกลาง หากนึกถึงกระบี่ก็จะนึกถึงแต่การท่องเที่ยวทะเล ซึ่งมีเกาะสวยงามให้เที่ยวมากมาย ท่ามกลางความคึกคักของนักท่องเที่ยว แต่ใครจะรู้ว่าในตัวเมืองกระบี่มีความสงบสวยงามซุกซ่อนอยู่ เพียงแค่นั่งเรือข้ามฝั่งจากตัวเมืองเพียง 10 นาที จะได้พบกับชุมชนที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์

กิน เที่ยว แบบอบอุ่นวิถีชุมชน ที่เกาะกลาง มีวิถีชีวิตที่เรียบง่ายและยังคงเอกลักษณ์ของท้องถิ่นไว้เป็นอย่างดี  ที่ชุมชนบ้านเกาะกลาง เกาะเล็กๆที่ตั้งอยู่กลางแม่น้ำกระบี่ ห้อมล้อมด้วยป่าชายเลนและปากแม่น้ำที่อุดมสมบูรณ์นับพันไร่ เหมือนหลุดมาอยู่อีกโลกหนึ่งที่มีแต่ธรรมชาติ ความอบอุ่น และเป็นมิตรจากชาวบ้าน

https://wyominglegionbaseball.com/wp-admin/post.php?post=1639&action=edit

การเดินทางมาที่เกาะกลาง สามารถนั่งเรือหางยาวข้ามฟากจากตัวเมืองมายังฝั่งเกาะกลาง โดยใช้บริการได้ 2 ท่า คือ ท่าเรือสวนสาธารณะธารมายังท่าเรือท่าเลใช้เวลา 5 นาที และท่าเรือเจ้าฟ้า มายังท่าเรือท่าหิน ใช้เวลา 10 นาที เรือให้บริการตั้งแต่ 6 โมงเช้า ถึง 3 ทุ่ม เราเลือกเดินทางมาเกาะกลางโดยขึ้นเรือที่ท่าเรือเจ้าฟ้า ซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลจากลานปูดำ โดยจอดรถไว้บริเวณสวนสาธารณะก่อนถึงท่าเรือ ซึ่งจุดนี้ที่จอดรถกว้างขวางและค่อนข้างปลอดภัย จากนั้นเดินมาขึ้นเรือที่ท่าเรือเจ้าฟ้า ในเหมาลำ 100 บาท นั่งได้ 8 คน

ใช้เวลาไม่ถึง 10 นาที ก็มาถึงท่าเรือท่าหินฝั่งเกาะกลาง บริเวณท่าเรือมีร้านอาหารขึ้นชื่ออยู่ 2 ร้าน ซึ่งเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวมักจะนั่งเรือมาทานอาหารที่นี่ นั้นก็คือ ร้านขนาบน้ำ ซีฟู้ด และบ้านมะหญิง ซึ่งอยู่ติดกัน การมาเที่ยวเกาะกลางสามารถเที่ยวได้ทั้งแบบไปเช้าเย็นกลับ

หรืออาจจะพักค้างคืนเพื่อสัมผัสบรรยากาศของชุมชนให้เต็มที่ ที่พักบนเกาะกลางมีไม่มากนัก มีทั้งแบบบ้านโฮมสเตย์ริมทะเลซึ่งจะอยู่บริเวณท้ายเกาะ หรือพักรีสอร์ท ตกแต่งสวยงาม มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันซึ่งมีอยู่เพียงแห่งเดียวบนเกาะ ชื่อว่า อัยลันดา ไฮด์อะเวย์ รีสอร์ท ที่พักสไตล์อีโค่

หลังจากมองหาที่พักและข้อมูลมาในระดับหนึ่ง ไปสะดุดตาและถูกใจที่พักแบบโฮมสเตย์ร่วมกับเจ้าของบ้านที่ท่าทางจะดูเป็นมิตร ตกแต่งชิค บรรยากาศสบายๆกันเอง ชื่อว่า คิดถึง คอทเทจ ซึ่งอยู่ใกล้กับท่าเรือเพียง 100 เมตร เรียกได้ว่าลงจากเรือปุ๊บก็เดินมาบ้านพักได้เลย 

เมื่อก้าวเข้ามาในบริเวณบ้านเราจะได้ยินเสียงกล่าวต้อนรับอย่างเป็นกันเอง พร้อมรอยยิ้มจากเจ้าของบ้านทั้ง 2 คน น้องน้องมัตถ์และน้องมูนา 2 สามีภรรยา ที่มานำบ้านส่วนตัวมาปรับปรุงเป็นบ้านโฮมสเตย์ คุยกันได้ซักพักใหญ่ ก็รู้สึกชื่นชอบและอุ่นใจในอัธยาศัยไมตรีของทั้ง 2 คน ที่พูดคุยและแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆบนเกาะกลางได้ดีมาก น้องบอกว่าที่พักเพิ่งเปิดได้ไม่นาน

สำหรับราคาที่พัก คิดเป็นรายหัว คือ คนละ 600 บาท รวมอาหารเช้า เป็นห้องแอร์ทั้งหมด มีความดีงามตรงนี้ ห้องนี้คือ ห้องนอนของเราในคืนนี้ เป็นห้องที่พักได้ 2 ท่าน ตามที่บอกว่าบ้านหลังนี้เป็นบ้านที่เรียกว่าโฮมสเตย์จริงๆ คือ เจ้าของบ้านก็อาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้ด้วย เพียงแต่แบ่งห้องมาทำเป็นที่พัก ห้องพักของคิดถึง คอทเทจ มีไม่มากนักประมาณ 3 ห้อง เป็นห้องพัก 2 คน 1 ห้อง และห้อง 4 คน 1 ห้องซึ่งอยู่ชั้นล่าง ส่วนห้อง 6 คน 1 ห้องอยู่ชั้นบน  ส่วนห้องน้ำนั้นจะเป็นห้องน้ำรวม

บรรยากาศภายในบ้านพัก มีโถงนั่งเล่นส่วนกลาง  บริเวณข้างนอกก็มีที่นั่งพักผ่อนไปกับธรรมชาติ แต่ละมุมตกแต่งแบบเรียบง่าย แต่มีความกุ๊กกิ๊กน่ารัก บรรยากาศโดยรวมค่อนข้างร่มรื่น  เงียบสงบและเป็นส่วนตัวมาก เดินเล่นไปชมบ้านไปให้ความรู้สึกเหมือนได้กลับมาเยี่ยมบ้านในต่างจังหวัด เหมือนอยู่บ้านของตัวเอง

กิจกรรมท่องเที่ยวที่น่าสนใจบนเกาะกลาง 

มาถึงเกาะกลาง จะทำอะไรกันดี แน่นอนกิจกรรมหลัก คือ เที่ยวชมบรรยากาศและวิถีชีวิตชาวบ้านรอบเกาะ ซึ่ง บนเกาะกลางนั้นมีกลุ่มอาชีพหลายกลุ่ม ตั้งแต่กลุ่มเพนท์ผ้า ทำผ้าบาติก  ทำเรือหัวโทง ชมการสักหอยชายหาด การเที่ยวรอบเกาะจะปั่นจักรยานเที่ยว ขี่มอเตอร์ไซต์ หรือใช้บริการรถสามล้อพ่วงข้างนำเที่ยวก็ย่อมได้

วันแรกที่มาถึงขอไปแบบสโลวๆจะได้ออกกำลังกายเผาผลาญไขมันไปในตัว นั่นก็คือ ปั่นจักรยาน ที่คิดถึง คอทเทจ มีจักรยานแม่บ้านให้ปั่นฟรี
และมีจักรยานทัวริ่งให้เช่าด้วยค่ะ ก่อนปั่นน้องมัตถ์ได้ส่งแผนที่ท่องเที่ยวเกาะกลางพร้อมอธิบายจุดท่องเที่ยวต่างๆ ให้แบบครบถ้วน

เริ่มปั่นในช่วงบ่ายแก่ๆ เพราะแดดไม่แรงมาก เกาะกลางมีถนนสายหลักเล็กๆ เป็นคอนกรีต วิ่งรอบเกาะอยู่ 1 สาย ตลอดสองข้างทางก็จะเป็นบ้านเรือนของผู้คน บ้าง เป็นทุ่งหญ้า ป่าชายเลนบ้างสลับกันไป ประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิมที่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ประมงพื้นบ้าน และรับจ้างทั่วไป ชาวมุสลิมบนเกาะกลางนั้น  รักสันติ มีความสงบ

และเรียบง่าย เต็มไปด้วยมิตรภาพ และรอยยิ้ม ตลอดเส้นทางที่ปั่นจักรยานเที่ยวนั้น ไม่ได้รู้สึกว่าเป็นคนต่างถิ่นแม้แต่น้อย ในทางกลับกันรู้สึกว่าเราคือ คนในพื้นที่เป็นลูกเป็นหลาน เพราะชาวบ้านทุกคนเป็นกันเองและให้การต้อนรับดีมาก

เราแวะชม การทำเรือหัวโทง ซึ่งตั้งอยู่ในศูนย์โอทอปบ้านเกาะกลาง หากเดินทางจากท่าเรือหรือคิดถึงคอทเทจก็จะเจอศูนย์ชาวนาข้าวสังข์หยดเป็นที่แรก แต่วันที่เดินทางไปที่กลุ่มมีงานนิดหน่อยเลยไม่ได้เปิดให้เข้าชม และต่อมาคือ กลุ่มเรือหัวโทง ซึ่งในสมัยก่อนชาวเกาะกลางนิยมใช้เรือหัวโทงทำประมงหาเลี้ยงชีพและใช้ในการเดินทาง แต่ปัจจุบันอาชีพประกอบเรือหัวโทงเริ่มลดน้อยลง และรูปแบบเรือหัวโทงดั้งเดิมก็หาดูได้ยาก

ชาวบ้านจึงรวมกลุ่มขึ้นมาเพื่อทำเรือหัวโทงจำลองขึ้นโดยมี บังสมบูรณ์ เป็นผู้บุกเบิก การต่อเรือหัวโทงจำลอง โดยใช้วิชาความรู้ ที่ได้สืบทอด มาจากคุณพ่อ ซึ่งเป็นช่างต่อเรือ ชาวเกาะกลาง ที่มีประสบการณ์มาอย่างยาวนาน นักท่องเที่ยวจะได้เรียนรู้ประวัติและความเป็นมาของเรือที่เป็นสัญลักษณ์ของจังหวัดกระบี่ โดยเรือหัวโทงจำลองจากเกาะกลางได้พัฒนาเป็นสินค้าโอทอประดับ 4 ดาว ที่สร้างชื่อเสียงให้กับจังหวัด

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *