http://www.google.com

แนะนำไปชมวิวนา รวมไว้ให้ในนี้หมดแล้ว ไปดูกัน ทำนาข้าว คือ อีกหนึงอาชีพของเกษตรไทย จากพื้นที่ทำการเกษตรธรรมดาในวันนี้ นาข้าวถือเป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่ดึงดูดใจนักท่องเที่ยวให้มาค้นหา ทั้งนาข้าวที่ปลูกในพื้นราบ และนาข้าวขั้นบันไดที่ลัดเลาะตามไหล่เขาหรือเนินเขาสูงที่เมื่อก่อนกว่าจะได้เห็นภาพนาข้าวขั้นบันไดต้องไปชมถึงประเทศเพื่อนบ้านอย่างเวียดนามหรืออินโดนีเซีย

แนะนำไปชมวิวนา รวมไว้ให้ในนี้หมดแล้ว ไปดูกัน ในวันนี้ไม่ต้องเดินทางไปไกลบ้านเราก็มีนาข้าววิวอย่างเทพให้ได้ชมเหมือนกัน แต่จะมีที่ไหนบ้างตามมาชมกันเลย

https://wyominglegionbaseball.com/wp-admin/post.php?post=1839&action=edit

 แม่แจ่ม เชียงใหม่

เมื่อพูดถึงอันดับหนึ่งแห่งนาข้าวขั้นบั้นไดที่ดังก่อนใคร  นาข้าวขั้นบันไดแม่แจ่ม  คือชื่อที่ถูกนึกถึงและเป็นจุดหมายปลายทางในอันดับต้นๆ เมืองเล็กกลางหุบเขาอันทรงเสน่ห์ที่ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปีก็ยังคงไว้ซึ่งบรรยากาศที่เงียบสงบ เรียบง่ายไม่เคยเปลี่ยน  ในช่วงฤดูทำนาตั้งแต่เดือนก.ย.ตลอดสองข้างทางในอ.แม่แจ่ม สามารถพบเห็นวิวอันเขียวขจีของนาข้าวตลอดทุกเส้นทาง เมื่อถึงช่วงเดือนพ.ย. นาข้าวเหล่านั้นก็กลายเป็นสีทองเหลืออร่ามพร้อมเก็บเกี่ยว จะเรียกได้ว่าแม่แจ่มเป็นตัวแม่แห่งนาข้าวขั้นบันไดก็คงไม่ผิด

จุดหลักที่สามารถชมนาข้าวขั้นบันไดในตัวอำเภอแม่แจ่มในมุมสูง จุดแรกคือ นาข้าวขั้นบันไดบ้านกองกาน ซึ่งอยู่เส้นทางเดียวกับวัดพระพุทธเอ้น เลยวัดกองกาน  ในจุดนี้เราจะได้เห็นปฎิมากรรมนาข้าวขั้นบันไดที่ลดหลั่นกัน ยิ่งมาในยามเย็นที่แสงอุ่นของดวงอาทิตย์สาดส่อง มองแล้วงดงามยิ่งนัก

จุดที่สองคือ นาข้าวขั้นบันไดแม่ปาน  จะอยู่ตรงเส้นทางเข้ามาในเมืองแม่แจ่ม ถือว่าเป็นจุดชมวิวนาข้าวขั้นบันไดที่สวยอีกจุดหนึ่งที่เราจะสามารถชมบ้านเรือนของเมืองแจ่มแทรกตัวไปกับภูเขาและ นาข้าว  การเดินทางจากวงเวียนหน้าเทศบาลแม่แจ่มแยกไปทางโรงรียนราชประชานุเคราะห์จากนั้นตรงไปเรื่อยประมาณ  5 กิโลขึ้นไปทางโครงการวิวอินนทนนท์ นาข้าวขั้นบันไดแม่ปานถือว่าเป็นจุดชมที่พระอาทิตย์ตกสวยที่สุดของแม่แจ่ม

SONY DSC

นาข้าวขั้นบันไดบ้านตีนผา

หมู่บ้านที่ซ่อนตัวอยู่ในหุบเขาของดอยอินทนนท์ ห่างจากตัวเมืองแม่แจ่มประมาณ 8  กิโลเมตร  ที่นี่เป็นที่ตั้งของหมู่บ้านขาวเขาปกากญอ ซึ่งนอกจากเราจะได้ชมวิถีชีวิต วัฒนธรรมของชนเผ่าที่อาศัยอยู่อย่างเรียบง่ายแล้ว ยังได้พบกับธรรมชาติ วิวทิวทัศน์ที่สวยงามของนาข้าวขั้นบันไดและพืชทางเกษตร เช่น ข้าวโพด ฟักทอง ที่ปลูกลดหลั่นบนภูเขาสูงสลับกันลูกแล้วลูกเล่า

 นาข้าวขั้นบันได บ้านป่าบงเปียง

หมู่บ้านที่รายล้อมไปด้วยนาขั้นบันไดและไร่ข้าวโพด เป็นสถานที่เที่ยวที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวและบรรดาช่างภาพที่ชอบเก็บภาพความอุดมสมบูรณ์ของภูเขา หากมาในยามเช้าจะได้พบกับทะเลหมอกแต่ถ้าหากมาช่วงเย็นสามารถชมพระอาทิตย์ตกและแสงยามเย็นสวยๆ ที่ลอดผ่านก้อนเมฆมากระทบกับหุบเขาที่เรียงรายการสลับซับซ้อนเป็นภาพที่งดงามยิ่งนัก

แม่กลางหลวง  เชียงใหม่

เมื่อเอ่ยถึงนาข้าวขันบันไดแม่แจ่มแล้ว ลืมไม่ได้ที่จะต้องเอ่ยถึงคู่ซี้ที่เติบโตมาพร้อมกัน นั่นก็คือ  นาข้าวขั้นบันไดแม่กลางหลวง  บ้านแม่กลางหลวง ตั้งอยู่ในหุบเขานาขั้นบันไดบนดอยอินทนนท์  ประมาณเดือนก.ย. – กลาง ต.ค . ช่วงหน้าฝนต้นข้าวจะเริ่มเขียวขจีชุ่มฉ่ำ เคล้าสายหมอกบางในฤดูฝน  ปลายต.ค. – ต้นพ.ย. เป็นช่วงที่ต้นข้าวออกรวงเป็นสีทองเต็มท้องทุ่งเหลืองอร่าม

แม่กลางหลวงในช่วงปลายเดือนต.ค. รวงข้าวกลายเป็นสีทองพร้อมเก็บเกี่ยว ความสุขที่แสนวิเศษของการได้มาเที่ยวที่แม่กลางหลวง นั่นคือ การได้มานอนบ้านพักแบบโฮมสเตย์แนบชิดกับนาข้าวเคล้าสายหมอกฝน ซึ่งมีให้เลือกใช้บริการหลายแห่ง เช่น บ้านพักของพี่สมศักดิ์  แม่กลางหลวงวิว  อินทนนท์ คีรีมายา นอกจากมาชมนาข้าวขั้นบันไดแล้ว ยังสามารถเที่ยวชมและศึกษาวิถีชีวิตชนเผ่าของชาวเขาเผ่าปกาเกอะญอ ที่มีวิถีชีวิตผูกพันอยู่กับธรรมชาติ พร้อมชิมกาแฟ เลิศรสฟรี  ถูกใจในรสชาติก็สามารถซื้อกลับไปเป็นของฝากที่บ้านได้

นาข้าวขั้นบันได บ้านผาหมอน เชียงใหม่

นาข้าวขั้นบันไดในเส้นทางท่องเที่ยวดอยอินทนนท์อีกแห่งหนึ่งที่ไม่ควรพลาด ต้องยกให้เป็นลูกพี่ลูกน้องกับแม่กลางหลวง นั่นก็คือ บ้านผาหมอน  เป็นหมู่บ้านขนาดกลางตั้งอยู่กลางหุบเขาล้อมรอบไฮไลต์เด็ด คือ การได้มานอนเล่นพักผ่อนแบบส่วนตัวที่ รีสอร์ทชุมชน (Bamboo Pink House) เป็นบ้านที่อยู่บนสันดอยมองเห็นทิวทัศน์นาข้าวขั้นบันไดกลางหุบเขาที่สวยงามท่ามกลางธรรมชาติที่แสนสงบ  บ้านผาหมอนช่วงนาข้าวสีเขียว ควรเดินทางมาช่วงกลางเดือนก.ย. – กลาง ต.ต. และช่วงสีทองคือ ช่วง ปลายเดือนต.ค. –ต้น พ.ย. หลังจากนั้นชาวบ้านจะเก็บเกี่ยว

นอกเหนือจากนอนเล่นพักผ่อนชมนาข้าวบันไดแล้วยังสามารถท่องเที่ยวรอบหมู่บ้าน เรียนรู้วิถีชีวิตประจำวันชาวกะเหรี่ยง อาทิ การทอผ้า ทำการเกษตร ดูแปลงเกษตรปลอดสาร แปลงดอกไม้ ผลไม้เมืองหนาว ถือเป็นการออกกำลังกายเล็กๆ ที่บ้านผาหมอนมีจักรยานให้ปั่นฟรีจอดอยู่หลายคัน

ไม่ใช่เพียงแต่เต็มอิ่มไปกับบรรยากาศของบ้านพักแต่บรรยากาศในการรับประทานอาหารก็เยี่ยมที่สุด โต๊ะทานอาหารเรียบง่ายแต่พิถีพิถันในทุกรายละเอียด ในแบบที่ไม่คิดว่าจะได้เจอการใส่ใจเรื่องนี้ได้จากบ้านพักของชาวบ้านที่อยู่ห่างไกลความเจริญ  จาน ชาม ช้อน ถูกจัดเรียงอย่างเป็นระเบียบสวยงาม  เมนูอาหารก็จะเป็นอาหารง่ายๆ เช่น ผัดผัก  ยำปลากระป๋องผักสด ไข่เจียว ต้มยำไก่บ้าน แต่รสชาติอร่อยมาก เรียกได้ว่าเมื่อมาถึงบ้านผาหมอนเราจะได้ความประทับใจในทุกเรื่อง

นาข้าวขั้นบันไดโครงการหลวงแม่ลาน้อย  แม่ฮ่องสอน

โครงการหลวงแม่ลาน้อย โครงการในพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ  เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร ที่ยังคงความเป็นธรรมชาติและยังบริสุทธิ์อบอุ่นไปด้วยวิถีชีวิตที่งดงามของชาวเขา 

ในช่วงเดือน ก.ย. ซึ่งเป็นฤดูทำนาข้าว นักท่องเที่ยวจะได้ ชมความสวยงามของนาข้าวขั้นบันไดภายในพื้นที่ของโครงการตลอดสองข้างทางรวมทั้งชมแปลงผักปลอดสารพิษที่ปลูกตลอดทั้งปี นาข้าวขั้นบันไดที่นี่บรรยากาศเป็นธรรมชาติในแบบไม่ต้องปรุงแต่ง   มองไปทางไหนเหมือนถูกโอบล้อมด้วยความเขียวขจีของภูเขา นาข้าวขั้นบันไดโครงการหลวงแม่ลาน้อยเมื่อกลายเป็นสีทองมองไปแล้วคล้ายกับซาปา เวียดนาม

นอกจากจากนี้ยังมีกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่บ้านห้วยห้อม เริ่มจากพาชมไร่กาแฟ กาแฟบ้านห้วยหอมจะปลูกอยู่ท่ามกลางธรรมชาติและแซมไปกับต้นไม้ชนิดอื่นให้ขึ้นตามไล่เขาและตามทางไปเรื่อย เพราะการปลุกแบบนี้จะทำให้ต้นกาแฟไม่ตายง่าย กาแฟห้วยห้อมถือว่าเป็นกาแฟที่มีคุณภาพและได้รับการยอมรับจากสตาร์บัค  ที่นี่เค้าให้นักท่องเที่ยวชิมฟรีไม่อั้น  ชิมแล้วรสชาติถูกใจซื้อกลับบ้านหรือซื้อเป็นของฝากได้

โครงการหลวงขุนแปะ เชียงใหม่

โครงการหลวงขุนแป ยังมีธรรมชาติที่แสนบริสุทธิ บรรยากาศเงียบสงบเหมาะสำหรับมาเที่ยวพักผ่อน มีจุดท่องเที่ยว ที่น่าสนใจหลายจุด  แต่จุดท่องเที่ยวหลัก ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นไฮไลต์ของการมาเที่ยวโครงการหลวงขุนแปะ คือ การไปชมนาขั้นบันได ระหว่างทางและรอบโครงการหลวง ฯ เป็นพื้นที่กว้างลดหลั่นตามความสูงชันโดยนาข้าวจะเขียวขจีในช่วงฤดูฝน

ซึ่งเป็นฤดูทำนา ตั้งแต่ช่วงเดือนก.ย – กลาง ต ค และเป็นสีทองในช่วงปลายเดือนตค.  ชมแปลงปลูกพืชสมุนไพรภายในศูนย์ฯ  นอกจากนี้ยังมี การท่องเที่ยวเชิงเกษตร ซึ่งจะเน้นกิจกรรมการเที่ยวชมแปลงส่งเสริมผลผลิต เช่น  ดอกไฮเดรนเยีย ซึ่งโครงการหลวงขุนแปะ เป็นโครงการหลวงที่มีพื้นที่ปลูกดอกไฮเดรนเยียมากที่สุดของโครงการหลวงทั้งหมด

ที่มา : PG SLOT เรียบเรียงโดย : PG SLOT , PG SLOT , PG SLOT

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *